ขอบเขตบริการวางแผนภาษีและที่ปรึกษา

1. การจัดโครงสร้างธุรกิจ (Tax Structuring)บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล: วิเคราะห์ว่ารายได้ของคุณ ณ ปัจจุบัน ควรเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา หรือคุ้มค่าที่จะจดจัดตั้งเป็นบริษัท/ห้างหุ้นส่วน (นิติบุคคล) เพื่อประหยัดภาษีมากกว่าโครงสร้างสัญญากรรมสิทธิ์: ออกแบบการทำสัญญากับคู่ค้า การรับเงิน และการจ่ายเงิน เพื่อให้ภาระภาษี (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย) เกิดขึ้นในจุดที่ธุรกิจได้เปรียบที่สุด2. การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย (Expense Optimization)เปลี่ยนค่าใช้จ่ายนอกระบบเป็นในระบบ: แนะนำวิธีเก็บเอกสาร แหล่งที่มา และรูปแบบใบเสร็จ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายที่เคยจ่ายไปลอยๆ สามารถนำมาหักเป็น "รายจ่ายทางภาษี" ได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentives): อัปเดตและดึงสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาครัฐมาใช้ เช่น การหักค่าใช้จ่ายได้

2 เท่าสำหรับบางกิจกรรม (การฝึกอบรมพนักงาน, การลงทุนในเทคโนโลยี หรือการจ้างงานผู้สูงอายุ)3. การสอบทานและป้องกันความเสี่ยง (Tax Health Check)ตรวจสุขภาพภาษีก่อนสรรพากรเห็น: เข้ามาจำลองการตรวจสอบ (Mock Audit) ดูเอกสารย้อนหลัง เพื่อค้นหาจุดเสี่ยงที่อาจทำให้โดนเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม และทำการแก้ไขให้ถูกต้องล่วงหน้าเคลียร์ปัญหาและเป็นตัวแทน: หากโดนหนังสือเชิญพบจากกรมสรรพากร ที่ปรึกษาจะเป็นผู้จัดเตรียมแนวทาง ชี้แจงข้อกฎหมาย และเข้าพบเจ้าหน้าที่ร่วมกับคุณเพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของธุรกิจ

ความแตกต่างระหว่าง "คนทำบัญชี" กับ "ที่ปรึกษาภาษี"คุณสมบัติพนักงานบัญชี/Outsource ทั่วไปที่ปรึกษาภาษี/นักวางแผนภาษีบทบาทหลักบันทึกประวัติศาสตร์ (บันทึกรายรับ-รายจ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว)ออกแบบอนาคต (วางแผนการเดินเกมก่อนจะเกิดธุรกรรม)เป้าหมายนำส่งงบและยื่นภาษีให้ตรงเวลา ครบถ้วนลดต้นทุนภาษีให้ต่ำที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมายที่ถูกต้องมุมมองเน้นความถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีเน้นกลยุทธ์เชิงลึก ประมวลผลจากกฎหมายและฎีกาภาษี ข้อควรระวัง: การวางแผนภาษีที่ดีต้องอยู่บนพื้นฐานของ "ความจริงและความถูกต้องทางกฎหมาย" (Tax Avoidance) ไม่ใช่การหนีภาษีด้วยการตกแต่งตัวเลขหรือเมคค่าใช้จ่ายปลอม (Tax Evasion) เพราะเสี่ยงต่อคดีอาญาและค่าปรับที่รุนแรงครับ

Scroll to Top